Last Updated on 29/12/2020
รู้จักหุ้นเบียร์ 5 เด้ง หุ้น SAM
Boston Beer ก่อตั้งเมื่อปี 1984 โดย Jim Koch นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Harvard อดีตที่ปรึกษาของบริษัท Boston Consulting Group และ Rhonda Kallman เพื่อนของเค้า
ครอบครัวของ Jim Koch นั้นมีความหลงไหลในการหมักเบียร์อย่างมาก ตัวเค้าเองก็เช่นกัน
เพื่อไล่ตามความฝันที่ต้องการจะท้าทายตลาดเบียร์อเมริกาที่ถูกควบคุมโดย 3 บริษัทใหญ่ Anheuser-Busch(เจ้าของแบรนด์ Bud-Weiser และอื่นๆ), Miller และ Coor (ณ ปัจจุบัน ควบรวมกันเป็น Molson Coors เจ้าของแบรนด์ Blue Moon และอื่นๆ )
Jim ยอมทิ้งงานผลตอบแทนสูงลาออกจาก BCG และเริ่มหมักเบียร์ในครัวของเค้าด้วยสูตรที่สืบทอดกันมาในตระกูลตั้งแต่ช่วงปี 1870s
หลังจากลองผิดลองถูกอยู่สักพัก Jim ก็ออกไปเร่ขายเบียร์ตัวแรกของเค้า Boston Lager “Samuel Adam” ตามร้านอาหารและผับบาร์ต่างๆ
ซึ่งในเวลาไม่นานหลังจากนั้น Samuel Adam ก็ถูกเลือกให้เป็นเบียร์ที่ดีที่สุดในอเมริกา โดยผลโพลล์จาก The Great American Beer Festival’s Consumer Preference Poll และได้ชื่อว่าเป็นเบียร์ที่ปฏิวัติวงการคราฟ์เบียร์ของอเมริกา
Boston Beer หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่คราฟเบียร์ของสหรัฐฯ
เป็นเจ้าของแบรนด์ชื่อดังอย่าง Samuel Adam, Twisted Tea, Angry Orchard Cider, Truly Hard Seltzer , Tura Kombucha, Wild leaf Hard Tea และ เมื่อต้นปีพึ่งจบดีลซื้อกิจการ Dogfish Head Breweries มาเสริมทัพคราฟเบียร์พรีเมี่ยมอีกด้วย
บริษัทขายเบียร์ธรรมดาๆ แต่ตลาดกลับให้ P/E ถึง 60 เท่า เทียบกับ Anheuser-Busch ที่ 30 เท่า และ Molson Coors ที่ประมาณ 10 เท่า อะไรทำให้ Boston Beer ถูกคาดหวังจากตลาดขนาดนั้น
คำตอบก็มากจากสินค้าที่เป็นตัวทำเกมของ Boston Beer คือ Hard Seltzer อารมณ์ก็คล้ายๆกับโซดารสผลไม้ที่มีแอลกอฮอล์ แต่มีน้ำตาลน้อยและแครี่ยังต่ำอีกด้วย (100แคลอรี่ และ น้ำตาล 1 กรัมเท่านั้น)
ตลาดขนาดใหญ่ที่ยังเติบโตอย่างรวดเร็ว
โดยสินค้าประเภทนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักดื่มที่ใส่ใจสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่ม Millennial ซึ่งคนกลุ่มนี้ยังเป็นประชากรส่วนใหญ่ในสหรัฐอีกด้วย
แล้วสินค้าประเภทนี้น่าสนใจขนาดไหน CEO คนปัจจุบัน ของ Boston Beer Dave Burwick ก็ได้ออกมาพูดเองเลยว่า Hard Seltzer เนี่ยมันคือการเปลี่ยนแปลงที่สุดยอดของวงการเบียร์ เหมือนกับที่การเข้าสู่ตลาดของ Light Beer เมื่อช่วงปี 1970s ทีเดียว
ตั้งแต่มีการนำ Truly เข้ามาในพอร์ตของบริษัท ราคาหุ้นก็ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดขายของ Truly เติบโต 135.69% CAGR ตั้งแต่ปี 2016 – 2019 และเริ่มกลายเป็นสัดส่วนใหญ่ของยอดขายรวมของบริษัท ประมาณ 48%
รายได้ของ Boston Beer
ในปี 2018 เติบโต 15%
ในปี 2019 เติบโต 26%
และคาดการณ์ว่า ในปี 2020 จะเติบโตอีก 40% แม้จะมี COVID 19 เกิดขึ้นก็ตาม
ตอนนี้ตลาดของ Hard Seltzer ใหญ่ขนาด 4000 ล้านเหรียญ ทางฝ่ายบริหารของบริษัทคาดว่าปีหน้า ตลาดจะโตอีกเท่าตัว
ส่วนทางนักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 จะมีการเติบโตไปเป็น 35000 ล้านเหรียญ คิดเป็นการเติบโตแบบ CAGR ที่ ประมาณ 24% ต่อปี ทำให้นักลงทุนมองหุ้นตัวนี้เป็น Growth Stock ไปโดยปริยาย
โดยในตลาดสหรัฐนั้นเบอร์ 1 ของ Hard Seltzer คือแบรนด์ Whiteclaw ของบริษัท Mark Anthony ซึ่งไม่ได้มีการจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ใดเลยและกำลังถูก Truly ซึ่งเป็นเบอร์ 2 (ส่วนแบ่งตลาดประมาณ 22%) แย่งส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง
การเติบโตที่ยังไม่หยุด
คิดง่ายๆว่าสมมุติว่า Boston Beer สามารถ คงส่วนแบ่งตลาดได้เท่าเดิม Top-line ก็จะเพิ่มขึ้นได้ถึง 7700 ล้านเหรียญหากการคาดการณ์เป็นจริง
ปัจจุบันตัวสินค้าแบรนด์ Truly มีความต้องการสูงมากตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนผลิตเองไม่ทันทำให้ทางบริษัทต้องไปจ้าง Third Party มาช่วยผลิตสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ
ส่งผลให้ในระยะสั้นกำไรขั้นต้น ของ SAM ถูกกดกันอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงปัญหาชั่วคราวเนื่องจากกำลังการผลิตใหม่กำลังจะเข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปี และอีกเท่าตัวในปี 2021 คาดว่าหลังจากปีหน้าเป็นต้นไปกำไรขั้นต้นจะกลับมาดีขึ้น
ในระยะยาวนอกจากตลาดสหรัฐแล้วคาดว่ายังมีโอกาสเติบโตในระดับสากลได้อีกมาก เชื่อว่าอีกไม่นานสินค้าประเภทนี้จะต้องเข้ามาบูมในประเทศแถบเอเชียอย่างแน่นอน อย่างเช่น Kombucha ที่เริ่มได้จะได้รับความนิยมในไทยแล้ว
เราจะเห็นว่า ตลาดต่างประเทศนี่ไม่ได้มีแต่หุ้นเทคโนโลยีเท่านั้นที่สามารถให้ผลตอบแทนสูงๆ หุ้นค้าปลีกเข้าใจง่ายๆ ก็สามารถเติบโตมหาศาลได้เช่นกัน ถ้าบริษัทออกสินค้าได้โดนเทรนด์โดนใจผู้บริโภคยอดขายระเบิดก็จะตามมา
ใครสนใจหุ้นตัวนี้สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ IR ของ Boston Beer ครับ
ชอบบทความวิเคราะห์หุ้นรายตัวแบบนี้ ช่วยกด Like เป็นกำลังใจให้ เพจเทรนด์ลงทุน ด้วยนะครับ

COMMENTS